PricewaterhouseCoopers และ National Venture Capital Association (NVCA) ได้ออกรายงานสรุปยอดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้รับจากนักลงทุน (Venture Capitalists) ประจำไตรมาสแรกของปีนี้
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้รับเงินลงทุนไปมากที่สุด คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,600 ล้านดอลลาร์ แต่มูลค่าการลงทุนนี้ลดลง 18% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน นอกจากมูลค่าเงินลงทุนที่ได้รับเยอะที่สุดแล้ว ถ้านับตามจำนวนครั้งของข้อตกลงทางธุรกิจที่เกิดขึ้น อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ก็ยังมีจำนวนครั้งเยอะที่สุดด้วย คือเกิดขึ้นทั้งสิ้น 231 ครั้ง ลดลง 12% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน
ในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์นี้ บริษัทด้านอินเทอร์เน็ต ได้รับเงินลงทุนไปทั้งสิ้น 1,400 ล้านดอลลาร์ จากการตกลงกันทางธุรกิจ 188 ครั้ง และถ้าเปรียบกับไตรมาสก่อนแล้ว จำนวนตัวเลขลดลงทั้งในเชิงของมูลค่าและจำนวนครั้ง โดยลดลง 3% และ 23% ตามลำดับ เรียกได้ว่ากลุ่มบริษัทด้านอินเทอร์เน็ต เป็นกลุ่มที่นักลงทุนยังคงให้ความสนใจมาก โดยได้รับเงินลงทุนมากกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์มาเป็นไตรมาสที่แปดแล้ว
หลังจากที่ผมอ่านข่าวนี้แล้วนถึงเมืองไทย ถ้าเป็นเมืองไทยคงเป็นไปได้อยากที่กลุ่มการเงินจะให้ทุนสนับสนุนพัฒนา software เพราะ software ทีพัฒนาในไทยนั้นมักจะเป็น software เฉพาะด้านทำเพื่อบริษัทหรือกิจการโดยเฉพาะ และปัญหาสำคัญที่สุดในเมืองไทยนั้นก็คือทักษะคติและการกระทำ คติที่ว่าทำโปรแกรมดีๆขึ้นมาทำไม เดียวก็มีคนก็อปไปขายเปล่าๆ นั้นแหละครับแค่ทักษะคติก็อยู่ในด้านลบแล้ว อีกทั้งการใช้ software ผิดกฏหมายทั้งที่ในองกรค์หรือบริษัทขนาดใหญ่ก็ยังมีการใช้งาน software ผิดกฏหมาย คิดดูละกันครับว่าบริษัททีใช้ software เพื่อหาผลประโยชน์กับใช้ software เถื่อนเรียกได้ว่าอาการหนักครับ เพราะถ้าประชาชนที่ใช้ software ทั่วๆไปใช้ software เถือนยังพอเข้าใจและเห็นใจแต่ถ้าหากบริษัทที่ใช้เพื่อผลประโยชน์กับทำไม่ถูกแบบนี้เรียกว่าวงการไอทีเมืองไทยคงพัฒนาให้เป็น ตลาดที่มีฒุลค่าสูงได้ยาก สุดท้ายผมยังมองไม่เห็นเลยว่าซิลิคอนวัลเลย์เมืองไทยจะอยู่ ณ ที่ใด
ที่มา http://www.blognone.com/node/31804

